บทที่ 4

 

ระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา

 

 

ความสำคัญของระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา

 

             ระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาเป็นงานที่จัดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้เรียนให้เจริญงอกงามตามความสามารถของผู้เรียนเพื่อให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้ารวบรวมประเมินค่าและประยุกต์สรรพความรู้ทั้งมวลจนสามารถนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสังคมได้ด้วยการใช้ทักษะกระบวนการด้านต่างๆไม่ว่าจะการอ่านการสังเกตการฟังและการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นต่าง ๆซึ่งจะทำให้ผู้เรียนได้พัฒนาความเป็นทางวิชาการไปพร้อมๆกับการพัฒนาทักษะการเสาะหาความรู้ความกระตือรือร้นมีวินัยในตัวเองตลอดจนสามารถประเมินค่าสรรพสิ่งทั้งหลาย ดังนั้นระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาที่ดีและมีคุณภาพจึงควรจัดหน่วยงานที่เร้าใจทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและสมหวังโดยจัดให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน หลักสูตรและจุดมุ่งหมายของการศึกษาและการเรียนการสอนระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาจัดขึ้นมาเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานทางการศึกษาหรือสถาบันการศึกษาต่าง ๆ สามารถจัดการศึกษาตามจุดมุ่งหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นจัดเป็นศูนย์รวมทรัพยากรการศึกษาทั้งมวลนับตั้งแต่บุคลากร วัสดุเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวกและสิ่งแวดล้อมทางการศึกษาต่างๆทั้งนี้โดยคำนึงถึงความต้องการและความจำเป็นของหลักสูตรการศึกษาและการเรียนการสอนเป็นสำคัญ

          การบริหารระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่นตามจุดมุ่งหมายจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบสำคัญหลายประการที่สำคัญเบื้องต้น ได้แก่ความร่วมมือกันระหว่างบุคลากรด้านสื่อกับบุคลากรด้านอื่นๆทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานเช่นความร่วมมือระหว่างบุคลากรด้านสื่อด้วยกันเองระหว่างบุคลากรด้านสื่อกับผู้บริหารสถาบัน การศึกษาหรือโรงเรียนกับเพื่อนครูอาจารย์กับชุมชนและที่สำคัญคือความสัมพันธ์กับผู้เรียนหรือผู้ใช้บริการบุคลากรด้านสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาจะทำหน้าที่เสมือนผู้สร้างการเชื่อมโยงระหว่างหัวข้อเนื้อหาวิชากับรายละเอียดเนื้อหา จุดมุ่งหมายกับกระบวนการและบุคคลกับสังคมการจัดทรัพยากรการศึกษาต่างๆทั้งด้านภาษาสัญลักษณ์ภาพสิ่งแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งจัดให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายและกิจกรรมการเรียนการสอนแบบต่าง ๆมโนทัศน์เกี่ยวกับระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษานี้มุ่งเน้นที่พฤติกรรมของมนุษย์และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้นโดยร่วมมือช่วยเหลือจากบุคลากรด้านสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา เพื่อให้ครู ผู้เรียนตลอดจนผู้ใช้ทั้งหลายได้มีจุดมุ่งหมายการเรียนการสอนด้วยการเรียนรู้ผ่านระบบการใช้สื่อและเทคโนโลยีการสอนที่เหมาะสมคำว่า “ผู้ใช้”ในที่นี้ไม่จำกัดเพียงเฉพาะแต่เพียงบุคลากรในโรงเรียนเช่นครูนักเรียนและบุคลากรและเทคโนโลยีการศึกษาเท่านั้นแต่อาจหมายถึงประชาชนในชุมชนด้วยก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของระบบงาน

          ระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาจัดสรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิตให้แก่ผู้ใช้และเพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียนแต่ละคนการประเมินระบบงาน จึงควรกระทำอย่างต่อเนื่องกันไปโดยประเมินให้สัมพันธ์กันระหว่างผู้ใช้กับองค์ประกอบต่างๆภายในระบบงานทั้งนี้เพื่อนำผลการประเมินมาเป็นสารสนเทศประกอบการพิจารณาตัดสินใจในการพัฒนาขอบข่าย วิธีดำเนินงานและจุดมุ่งหมายของระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลควรมีจุดมุ่งหมายสอดคล้องกับคววามมุ่งหมายของแผนการศึกษา หลักสูตรและกิจกรรมการศึกษาและการเรียนการสอน ตลอดจนความมุ่งหมายของผู้เรียนแต่ละคนตามความเหมาะสม

 

วิวัฒนาการระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา

 

          จากการพัฒนาและความเคลื่อนไหวทางประวัติศาสตร์การศึกษาโดยเฉพาะการพัฒนามโนทัศน์เกี่ยวกับศูนย์การเรียน (Learning Center) พบว่า จุดเริ่มของระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาคือห้องสมุดกล่าวคือห้องสมุดซึ่งเป็นศูนย์ร่วมแหล่งความรู้จากสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลายจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ ที่ให้บริการทางวิชาการและประสบการณ์การศึกษาต่าง ๆ แก่ผู้ใฝ่หาความรู้

          ต่อมา เมื่อวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและจิตวิทยาการเรียนรู้ได้เจริญก้าวหน้าและนำมาใช้เพื่อพัฒนาการศึกษามากขึ้น งานโสตทัศนศึกษาจึงได้ก้าวเข้ามาเป็นงานหนึ่งของระบบการศึกษา และการเรียนการสอนและพัฒนามาเป็นระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาในที่สุด ระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาจึงเป็นหน่วยงานหรือโครงการที่มีลักษณะเป็นศูนย์สื่อประสม (Multi – Media Center)

นับตั้งแต่ทศวรรษที่1960เป็นต้นมาการจัดการศึกษาได้พัฒนารูปแบบทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียนต่างๆออกไปหลายรูปแบบจึงเกิดระบบงานสื่อการศึกษาขึ้นเป็นศูนย์ทรัพยากรธรรมชาติ (LearningResourcesCenter)โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสื่อเป็นผู้ดำเนินการขณะเดียวกันแนวทางกับการนำวิธีระบบเข้ามาพัฒนาและแก้ปัญหาการศึกษาและการเรียนการสอนก็เกิดขึ้น ทำให้เกิดสาขาใหม่ขึ้นมา เรียกว่า เทคโนโลยีการสอน (Instructional Technology)ซึ่งเป็นวิชาชีพที่ประยุกต์ใช้วิธีการได้แก่การวิเคราะห์ การออกแบบการพัฒนาการนำไปใช้และการประเมินและการปรับปรุงเพื่อการเรียนการสอนโดยดำเนินการควบคู่ไปกับระบบสื่อและเครื่องมือทางการศึกษา ดังนั้นระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาจึงได้พัฒนาขึ้นเป็นหน่วยงานหรือองค์กร(Organization)เพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอนโดยเรียกชื่อต่าง ๆกันเช่นศูนย์สื่อการสอนศูนย์สื่อการศึกษาศูนย์ทรัพยากรการเรียนศูนย์ทรัพยากรการศึกษาศูนย์โสตทัศนศึกษาศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาสำนักเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ศูนย์เทคโนโลยีและนวกรรม การศึกษา ศูนย์วิชาการ ห้องสมุด สำนักวิทยาบริการ และห้องสมุดสื่อโรงเรียน เป็นต้น

พัฒนาการของหน่วยงานด้านสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาในประเทศไทยได้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2483โดยกองการศึกษาผู้ใหญ่กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้งแผนกโสตทัศนศึกษาขึ้น โดยมีความมุ่งหมายที่จะให้การศึกษาแก่ผู้ใหญ่และได้มีหน่ายงานด้านนี้ขึ้นในจังหวัดต่างๆเรียกว่า หน่วยโสตทัศนศึกษาหน่วยงานนี้ได้ยกฐานะเป็นศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียนเมื่อพ.ศ.2515เพื่อให้บริการด้านเทคโนโลยีการศึกษาแก่สถานศึกษาต่าง ๆ โดยได้จัดดำเนินการในด้านวิทยุศึกษา วิทยุโรงเรียน วิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา งานวารสารและเอกสาร และงานผลิตโสตทัศนูปกรณ์

          ต่อมาในปีพ.ศ.2490กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้งแผนกโสตทัศนศึกษาขึ้นโดยได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาหน่วยงานนี้ได้ผลิตสื่อต่าง ๆ รวมทั้งภาพยนตร์ เพื่อให้การศึกษาด้านสุขภาพอนามัยแก่ประชาชน  พ.ศ. 2497 วิทยาลัยวิชาการศึกษา (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) ได้จัดตั้งแผนกโสตทัศนศึกษาขึ้นในคณะวิชาการศึกษาของวิทยาลัยและได้เปิดสอนวิชาโสตทัศนศึกษาขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทยโดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญด้านโสตทัศนศึกษาจากมหาวิทยาลัยอินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งหน่วยงานนี้นอกจากจะสอนนิสิตของวิทยาลัยให้มีความรู้ความสามารถด้านนี้แล้วยังให้บริการโสตทัศนูปกรณ์แก่อาจารย์ในวิทยาลัย และจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับโสตทัศนศึกษา ให้แก่ครูอาจารย์สังกัดกรมกองอื่นๆ อีกด้วย

          ในปีพ.ศ.2498วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯได้จัดตั้งศูนย์โสตทัศนศึกษาขึ้นและในปีพ.ศ.2500จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งแผนกโสตทัศนศึกษาขึ้นใน

คณะครุศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเพื่อให้บริการโสตทัศนวัสดุแก่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยและให้การศึกษาแขนงวิชานี้แก่นิสิตเช่นเดียวกันพ.ศ.2506กรมสามัญศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งศูนย์วัสดุอุปกรณ์การศึกษา (Educational neural Center) และได้ตั้งท้องฟ้าจำลองและศูนย์บริภัณฑ์เพื่อการศึกษา (Science Museum)

          พ.ศ. 2524 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งศูนย์วิทยบริการขึ้น ซึ่งเป็นหน่วยงานที่บูรณาการงานโสตทัศนศึกษากับงานห้องสมุดเข้าด้วยกัน

ในปัจจุบันสถาบันการศึกษาไม่ว่าจะเป็นระดับประถมศึกษามัธยมศึกษาและอุดมศึกษาต่างก็ได้ให้การจัดระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาในรูปแบบต่างๆ กัน เพิ่มมากขึ้น

 

แรงผลักดันระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาในระบบการศึกษา

 

จากความสำคัญและวิวัฒนาการเกี่ยวกับระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาในระบบการศึกษาดังกล่าวมาในตอนต้นจะเห็นว่าระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาและระบบงานที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของแรงผลักดันตามสภาพทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองซึ่งเป็นสภาพที่เห็นอยู่แล้วโดยทั่วๆไปโดยเฉพาะในสังคมประชาธิปไตยที่รัฐพยายามกระจายการศึกษาสู่ท้องถิ่นชุมชนได้มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษามากขึ้น นอกจากนั้นในแผนการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2520ข้อ5มาตรฐานการศึกษาและการส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาการข้อ46ได้กล่าวย้ำในเรื่องนี้ว่า “ให้การวัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษาตลอดจนคิดหาวิธีการและเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ในการศึกษาอย่างเหมาะสมแก่สภาพท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมกันในคุณภาพของการศึกษาการจัดในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน" ด้วยเหตุนี้บุคลากรด้านสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาจึงควรตระหนักถึงความสำคัญของแรงผลัดดันทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาที่มีส่วนสำคัญต่อความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา การศึกษาแรงผลักดันต่าง ๆทั้งภายในและภายนอกสถาบันการศึกษาควรทำการศึกษาวิเคราะห์อย่างรอบคอบเพื่อให้ได้แนวทางในการพัฒนาระบบงานสื่อ และเทคโนโลยีการศึกษาที่เหมาะสมกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนการสอนต่อไปการได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับแรงผลักดันต่าง ๆ ทั้งภายใน และภายนอกสถาบันการศึกษานั้นอาจทำได้ เช่น การสำรวจ การสัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถามและการสังเกต เป็นต้น

ข้อมูลเกี่ยวกับแรงผลักดันจากภายนอกสามารถรวบรวมได้จากแนวนโยบายและหรือแผนการศึกษาแผนพัฒนาการศึกษานโยบายระดับกระทรวงกรมกองและชุมชนที่สถาบันการศึกษาตั้งอยู่ รวมทั้งจากคณะครูผู้ปกครองและระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาระดับท้องถิ่น และอื่น ๆ เป็นต้น

ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับแรงผลักดันในด้านระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาภายในสถาบันการศึกษาได้จากการศึกษานโยบายของโรงเรียนโครงสร้างการบริหารความคิดเห็นของผู้ร่วมงานและครูผู้สอนคนอื่นๆ โปรแกรมหรือหลักสูตรที่เปิดสอนกิจกรรมการพัฒนาบุคลากรลักษณะห้องสมุดสื่อโรงเรียนผู้เรียนและปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอนภายในโรงเรียนเป็นต้น

ข้อมูลที่ควรนำมาศึกษาวิเคราะห์อย่างละเอียดรอบคอบคือสภาพปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับการทางสื่อและเทคโนโลยีการสอนของครูผู้สอนและผู้เรียน

 

องค์ประกอบระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา

 

            ระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาจะมีลักษณะเฉพาะเป็นระบบงานที่มีการออกแบบวางแผนไว้เพื่อมองถึงคุณภาพการเรียนการสอน ทำให้ระบบงานมีลักษณะเป็นหน่วยงานย่อยหน่วยงานหนึ่งในระบบการศึกษาหรือระบบโรงเรียน และร่วมกิจกรรมการดำเนิน งานด้านต่าง ๆ ของหน่วยงานหรือสถาบันการศึกษาให้บรรลุผลตามจุดมุ่งหมาย

ระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาในสถาบันการศึกษาปัจจุบัน มีองค์ประกอบหลักสำคัญ 3 ประการ คือ

1. ปัจจัยพื้นฐาน (สิ่งป้อนเข้า)

2. การจัดการ (กระบวนการ)

3. ภารกิจ (ผลลัพธ์)

1. ปัจจัยพื้นฐาน

        ปัจจัยพื้นฐาน หมายถึง สิ่งที่ป้อนเข้าไป (Input) ในระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา สิ่งป้อนเข้าดังกล่าว ได้แก่ บุคลากร (Personnel) สิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities) สื่อ (Media) และงบประมาณ (Budget) การดำเนินการระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลถ้าส่วนประกอบทั้ง 4 ประการนี้มีความเหมาะสมทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ

1.1บุคลากรได้แก่ผู้เชี่ยวชาญเจ้าหน้าที่เทคนิคและผู้ช่วยสื่อเพื่อดำเนินงานและสนับสนุนและช่วยเหลือครูผู้สอนและผู้เรียนในกระบวนการจัดการเรียนการสอนและการศึกษา

1.2.สิ่งอำนวยความสะดวกในระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาควรจัดสิ่งอำนวยความสะดวกด้วยการจัดพื้นที่การใช้งานและการบริการให้เพียงพอ รวมทั้งวัสดุครุภัณฑ์ในพื้นที่การบริการด้วย

1.3สื่อได้แก่สื่อการศึกษาและการเรียนการสอนตามหลักสูตรและอื่นๆทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อโสตทัศน์รวมทั้งเครื่องมือเทคโนโลยีที่จำเป็นทั้งในด้านการผลิตและการบริการ สื่อที่เลือกหามาเพื่อใช้ในการเรียนการสอนควรมีให้เพียงพอ ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ

1.4 งบประมาณ ได้แก่เงินที่ใช้ในการบริหารงาน ให้บรรลุจุดมุ่งหมายของระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาและสถาบันการศึกษา

2. การจัดการ

           การจัดการระบบงานสื่อ และเทคโนโลยีการศึกษาในสถาบันการศึกษาหมายถึง กระบวนการและกิจกรรมการดำเนินงานโดยอาศัยปัจจัยพื้นฐาน (สิ่งป้อนเข้า)และภารกิจเป็นแนวทางเพื่อให้เกิดผลลัพธ์สูงสุดตามภารกิจที่กำหนดไว้การจัดการประกอบด้วยการวางแผน(Planning)การจัดองค์กร(Organizing) การจัดบุคลากร (Staffing)การอำนวยการและการนิเทศ (Directing) และการควบคุมกำกับ (Controlling)

2.1 การวางแผน เป็นการเตรียมการดำเนินงาน

2.2 การจัดองค์กรเป็นการจัดโครงการสร้างระบบงานของหน่วยงาน เพื่อให้ดำเนินงานไปได้ตามจุดมุ่งหมาย เช่น การจัดกลุ่มงาน โครงสร้างงาน รายละเอียดของงาน หน้าที่ความรับผิดชอบและการประสานงานต่าง ๆ รวมทั้งการจัดข้อมูลและสารสนเทศด้วย

2.3 การจัดบุคลากร เป็นการจัดบุคลากรเข้าสู่ระบบงาน การจัดสวัสดิการการฝึกอบรม และการพัฒนาบุคลากร

2.4 การอำนวยการและการนิเทศ เป็นการดำเนินการให้คำปรึกษาชี้แนะการปฏิบัติงานบุคลากร การมอบหมายงาน และการปรับปรุงการปฏิบัติงาน

2.5 การควบคุมกำกับ เป็นการกำกับการดำเนินงานของหน่วยงาน โดยใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น การประเมิน การงบประมาณ การควบคุมดูแล และการประชาสัมพันธ์ เป็นต้น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานและจุดมุ่งหมายของหน่วยงาน

3. ภารกิจ

         เป็นผลลัพธ์(Output)ที่เกิดจากการดำเนินงานซึ่งจัดเป็นภารกิจที่ต้องปฏิบัติในระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน ภารกิจหลักของระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษามี 4 ประการคือ

3.1การวางแผนและสนับสนุนการใช้หลักสูตรเป็นภารกิจด้านการบริหารและการวางแผนงานของกระบวนการการศึกษาเพื่อสนับสนุนการใช้หลักสูตรและการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดังนั้น บางครั้งจึงเรียกภารกิจนี้ว่า การบริหาร

3.2การสอนและการฝึกอบรมการสอนหมายถึงกิจกรรมที่ออกแบบไว้เพื่อปรับปรุงความสามารถของผู้เรียนในการใช้สื่อและเครื่องมือการศึกษาเพื่อส่งเสริมและเกื้อหนุนในกิจกรรมการเรียน ส่วนการอบรมหมายถึงการให้ความรู้ความเข้าใจและทักษะเกี่ยวกับการใช้สื่อในระบบการเรียนการสอนแก่ครูผู้สอนรวมทั้งการเสนอแนะให้ครูผู้สอนและนำให้ผู้เรียนใช้สื่อและเทคโนโลยีการศึกษา ให้เป็นประโยชน์ในการเรียน

3.3 การออกแบบและการผลิต เป็นการออกแบบ จัดหาและผลิตสื่อการเรียนการสอน เพื่อให้บริการแก่ครูผู้สอนและผู้เรียน

3.4การให้คำแนะนำและคำปรึกษาเป็นการให้คำแนะนำแก่ผู้เรียนทั้งเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่มย่อยเกี่ยวกับการใช้ระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา ให้เป็นประโยชน์ ส่วนการให้คำปรึกษานั้นเป็นการช่วยเหลือครูผู้สอน เกี่ยวกับระบบการใช้สื่อและเทคโนโลยยีการสอนต่าง ๆ

 

วิธีการดำเนินงานเกี่ยวกับระบบงานสื่อโดยทั่วไป

 

             ระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาเป็นงานที่เสาะหาแนวทางการใช้ทรัพยากรการศึกษาและวิธีระบบการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพดังนั้นเพื่อให้ระบบงาน

ดำเนินงานไปได้อย่างมีคุณภาพ จึงควรมีวิธีดำเนินงานระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาโดยทั่วไปเป็นขั้นตอน ดังนี้

1. สำรวจความต้องการของผู้ใช้กลุ่มต่างๆ โดยใช้แบบสำรวจที่ดี

2. เลือกและใช้วิธีการ (Means) ที่เหมาะสม

3. รวบรวมทรัพยากรการศึกษาต่าง ๆ จากระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาระดับท้องถิ่น และจากช่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

4. สื่อความเข้าใจกันและกัน เกี่ยวกับรูปแบบระบบงานที่กำหนดขึ้น

5. ออกแบบ วางแผน จัดหาและผลิตสื่อตลอดจนวัสดุการศึกษาและการเรียนการสอนตามจุดมุ่งหมายและหลักสูตร รวมทั้งการใช้วัสดุต่าง ๆ ในการออกแบบและการผลิตสื่อ โดยมีบุคลากรด้านสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาเป็นผู้ดำเนินการ

6. จัดหาบุคลากร เพื่อดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของระบบงาน

7. มีการสื่อสาร รายงานและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อยู่เสมอ

8. รับความช่วยเหลือทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ในการผลิตการจัดหาและการใช้ทรัพยากรการศึกษาต่าง ๆ

9. จัดสภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้และเพื่อพัฒนาภารกิจของระบบงาน

10. สถานที่ตั้งของหน่วยงานโครงการ ควรอยู่ในที่เหมาะสม มีความคล่องตัวเป็นศูนย์กลางติดต่อง่ายและใช้บริการสะดวก

11. ร่วมมือและประสานงาน ในการกำหนดนโยบายระบบงาน ทั้งนโยบายทั่วไปและนโยบายเฉพาะกิจ

ในการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร ครูผู้สอนและผู้เรียน จะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสมขึ้นมา เพื่อให้ผู้เรียนเสาะหาความรู้ข่าวสารและทักษะต่าง.

(ให้นิสิตดูรายละเอียดในเอกสารประกอบการบรรยายเพิ่มเติม)

0

(เนื้อหายกมาบางส่วน)

 
 

  หน้าหลัก I บทที่1 I บทที่2 I บทที่3 I บทที่4 I บทที่5 I บทที่6 I บทที่7 I บรรณานุกรม

 
     

                                          

web log free
View My Stats