บทที่ 1
1.บทนำ
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม เมื่อมนุษย์อยู่กันเป็นกลุ่มแล้ว
เพื่อให้การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้
จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องสร้างภาษาของตนเองขึ้นมาใช้ในการสื่อความหมายร่วมกัน
ทำให้สามารถสื่อสารกันได้รู้เรื่อง
การอยู่ร่วมกันของมนุษย์จะมีลักษณะแตกต่างจากสัตว์อื่น คือ
ไม่ได้อยู่ร่วมกันตามธรรมชาติ
แต่อยู่ร่วมกันเพราะมีความรู้สึกอยากอยู่ร่วมกับคนอื่น ทั้งนี้
เพื่อความปลอดภัยของตนเอง เพื่อสนองตอบความรู้สึกของตนเอง เพื่อความอบอุ่น
ดังนั้น
มนุษย์เมื่อมาอยู่รวมกันเป็นกลุ่มจึงมีความจำเป็นต้องคิดค้นวิธีการที่จะสามารถติดต่อสื่อความหมายถึงกันได้
ในขั้นแรกการสื่อสารเป็นเพียงการบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ผู้อื่นรับรู้
เท่านั้น
ต่อมาได้มีการสื่อด้านอารมณ์ ความรู้สึก ลักษณะต่าง ๆ เช่น
การร้องไห้ การวิงวอน
การชักจูง การฟ้อนรำ
หรือการวาดภาพ เป็นต้น ภาษาที่มนุษย์ใช้เหล่านี้
เกิดจากความพยายามหรือวิวัฒนาการของมนุษย์ในการสื่อความหมายของตนเองออกมา
ทำให้คนในกลุ่มหรือในสังคมรับรู้และเข้าใจ จนกระทั่ง
กระบวนการสื่อสารที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยปัจจัยหลาย ๆ
อย่างเข้ามาช่วยหรือประกอบ ดั่งเช่นในปัจจุบัน
2. ความหมายของ ภาษา
คำว่า ภาษา
-
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์
ได้ให้ความหมายของภาษา ไว้ว่า ภาษา หมายถึง
เสียงหรืออาการซึ่งทำความเข้าใจซึ่งกันและกันได้
- อุดม
วโรตม์สิกขดิตถ์
ได้ให้ความหมายของภาษาไว้โดยสรุปจากนิยามของคนทั่วไปว่า ภาษา
ประกอบด้วยคำและประโยคที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็นหรือ
ใช้ในการสื่อ
ความหมาย
- อรุณีประภา
หอมเศรษฐี และคณะ ได้ให้ความหมายของภาษาไว้ว่า
ภาษา คือ เครื่องหมาย สัญลักษณ์และอื่น ๆ
ที่มนุษย์คิดสร้างขึ้นมาอย่างเป็นระบบและสามารถสืบทอดในการที่จะเรียนรู้และพัฒนาการต่อเนื่องกันมา
-
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ
ให้ทัศนะในหนังสือเรียนภาษาไทย 401
ไว้ว่า ภาษา คือ เครื่องมือที่มนุษย์ใช้ในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกัน
ไม่ว่าจะทำกิจกรรมใด ต้องใช้ภาษาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญทั้งสิ้น
-
ประสิทธิ์ กาพย์กลอน (อ้างอิง : Samuel
Johnson : 1709-1784) ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับภาษาไว้ว่า ภาษา
เป็นเสมือนเครื่องนุ่งห่มของความคิด กล่าวคือ
ภาษาย่อมเป็นเครื่องสะท้อนความคิดอ่านของคนเราไม่ว่าจะพูดหรือจะเขียน
ย่อมต้องใช้ภาษาเป็นสื่อบอกสิ่งที่ต้องการให้ผู้อื่นเข้าใจหรือรับทราบ
- แอลเฟรด
คอร์ชิปตี้ (Alfred Korzyski : 1877-1950)
ได้ให้ทัศนะไว้ว่า คนเราเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใด ๆ ล้วนเกิดจากอำนาจของ ภาษา
เป็นสิ่งกระตุ้นหรือเป็นสิ่งเร้าทั้งสิ้น
กล่าวโดยสรุปแล้วภาษาก็คือ
เครื่องมือที่มนุษย์ใช้สื่อสารติดต่อกัน เพื่อสื่อความหมายและความต้องการของตนเอง
โดยแสดงออกเป็น คำพูด การเขียน และสัญลักษณ์ต่าง ๆ เป็นต้น
3. ลักษณะทั่วไปของภาษา
ลักษณะทั่วไปของภาษาสามารถแบ่งออกได้เป็น 9 ลักษณะ
ดังนี้
1)
ภาษามีลักษณะเป็นกลุ่มของเสียง เช่น การร้องของนก
การร้องอ้อแอ้ของเด็ก
ลักษณะการสื่อสารจะออกมาในรูปของกลุ่มเสียง
ผู้ฟังจะใช้วิจารณญาณในการจำแนกเสียงที่เบ่งออกมานั้น มีจุดประสงค์อย่างไร
2)
ภาษามีลักษณะทำนายล่วงหน้าไม่ได้ ให้เหตุผลไม่ได้
เช่น ในภาษาไทยเรียกหมาว่า สุนัข ภาษาอังกฤษเรียกว่า Dog
เป็นต้น ทั้ง ๆ ที่เป็นสัตว์ตัวเดียวกัน
แต่ก็ออกเสียงเรียกต่างกัน ยากที่จะทำนายล่วงหน้าหรือให้เหตุผลได้ ว่า เพราะเหตุใด
3)
ภาษามีลักษณะเป็นระบบและกฎเกณฑ์
แต่ละภาษาย่อมมีระบบและมีกฎเกณฑ์เป็นของตนเอง เช่น ภาษาไทย มีทั้ง สระ
พยัญชนะ วรรณยุตก์ เป็นต้น
4)
ภาษามีลักษณะความหมายเหมือนกับไม่ใช่ภาษา เช่น
การที่สุนัขน้ำลายไหลเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง จากการทดลองของพาฟลอป
แต่ภาษาที่เราใช้กันอยู่นั้นมีความหมายโดยที่ไม่ต้องมีสิ่งเร้า เช่น
เมื่อเราอ่านหนังสือการ์ตูนเกี่ยวกับเรื่องผีปีศาจ จะเกิดความรู้สึกกลัว
หรือบางทีขนลุก ทั้งๆ ที่เราไม่เคยเห็นผีมาก่อน เป็นต้น
5)
ภาษามีลักษณะความสมบูรณ์ในตัวเอง
แม้ว่าภาษานั้นจะมีคำเพียงไม่กี่คำก็สามารถแสดงออกถึงความรู้สึก ประสบการณ์
และวัฒนธรรมของภาษานั้นได้อย่างสมบูรณ์
6)
ภาษามีลักษณะเป็นสากล (Universal) คือ
ภาษาทุกภาษาในโลกนี้จะต้องมีลักษณะอย่างเดียวกันคือ ต้องมีประโยค ๆ
นั้นประกอบด้วย นาม-กริยา เป็นต้น
7)
ภาษาเป็นลักษณะทางสังคม
เราใช้ภาษาในการสื่อความหมายติดต่อกับผู้อื่นในสังคม
เป็นสิ่งที่เราใช้เป็นเครื่องมือช่วยให้การดำเนินชีวิตในสังคมเป็นไปด้วยดี เช่น
เราจะไปอยู่ในสังคมของกลุ่มชนใด ก็จะพยายามที่จะใช้ภาษาของกลุ่มชนนั้น ๆ
เพื่อสะดวกในการติดต่อ
8)
ภาษามีลักษณะจำนวนประโยคที่ไม่รู้จบ
ทั้งนี้เกิดจากการสร้างประโยคใหม่ ๆ (generate)
คล้ายกับจำนวนตัวเลขที่ไม่สิ้นสุด
9)
ภาษามีลักษณะใช้แทนกันได้ เช่น
การเลียนเสียงของคนที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ
และนกแก้วพยายามหัดเลียนภาษาพูดของคนและนกแก้วบางตัวก็สามารถพูดแทนเสียงคนได้
เป็นต้น
|